วันพุธที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559

ทำบุญสร้างพระมหาเจดีย์วัดหลวงพ่อสดแล้วเทวดาไม่ยอมให้นอน


ทำบุญสร้างพระมหาเจดีย์วัดหลวงพ่อสดแล้วเทวดาไม่ยอมให้นอน โดย ทวีวัฒน์ เติมฤทธิ์ (อู๋) 24 พ.ย. 2559
ผม (อู๋) ขอเล่าเรื่องผลบุญของการสร้างพระมหาเจดีย์ให้ฟังกันนะครับ เมื่อวานนี้ (27 ม.ค. 2556) เพื่อนรุ่นน้องคนหนึ่งชื่อคุณไก่โทรศัพท์มาเล่าให้ผมฟังด้วยเสียงตื่นเต้นมาก เพราะหลังจากที่คุณไก่ได้มาทำบุญสร้างพระมหาเจดีย์ที่วัดหลวงพ่อสด อ.ดำเนินสะดวก จ.ราชบุรี จำนวน 250,000 บาท หลวงป๋าท่านจึงได้มอบทองเทวดารูปเรือแจวขนาดยาวประมาณ 3.5 นิ้ว ซึ่งเทวดาท่านนำมาถวายหลวงป๋า (โดยการใส่ลงในบาตร) ไป 1 ลำ เพื่อเป็นของที่ระลึกในการทำบุญครั้งนี้ เมื่อคุณไก่กลับไปถึงบ้านก็ปรากฏว่าเมื่อถึงเวลานอนแต่นอนไม่หลับเลย เพราะหูได้ยินแต่เสียงคนพูดคุยกันหลายคนเสียงอื้ออึงอยู่ภายในห้องนอน คุณไก่จึงกำหนดจิตตรวจดูก็รู้ว่าเทวดามากันมากมายพูดคุยกันเสียงดังจนเธอนอนไม่หลับ มีทั้งพวกรุกขเทวดา เทวดาเจ้าที่ และเทวดาผู้รักษาพระบรมสารีริกธาตุ ฯลฯ
เธอจึงถามไปว่า “มาคุยอะไรกันเสียงดังทำให้นอนไม่หลับเลย (ปกติเพื่อนคนนี้เขาก็คุยกับเทวดาได้อยู่แล้ว)” เทวดาก็ตอบกลับมาว่า “ก็เพราะท่านไปทำบุญใหญ่มา ท่านได้บุญมากแต่ยังไม่ได้แผ่ส่วนบุญให้พวกผมเลยนี่ครับ” คุณไก่ได้ฟังดังนั้นก็เข้าใจได้ทันทีว่าพวกเทวดาเขามาร้องขอแบ่งบุญนั่นเอง...อิ อิ คุณไก่จึงต้องกำหนดจิตแผ่ส่วนบุญกุศลไปให้แก่เหล่าเทวดา สิ่งที่ปรากฏต่อมาคือเห็นพวกเทวดาเหล่านั้นเปลี่ยนภพภูมิสูงขึ้นทันที บ้างก็ไปสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ บ้างก็มีรัศมีสว่างไสวเพิ่มขึ้นจากเดิมอย่างมาก เธอจึงมาคิดว่าตั้งแต่ไปทำบุญมาก็มากมายหลายที่ ไม่เคยมีครั้งไหนเลยที่เทวดามารุมตื๊อเรียกร้องขอให้แผ่ส่วนบุญเหมือนกับครั้งนี้ และเมื่อแผ่ส่วนบุญไปให้ก็เกิดผลดีแก่เทวดามากมายจริงๆ เธอจึงรีบโทรมาเล่าเรื่องนี้ให้ผมฟังพร้อมกับแนะนำผมว่า "พี่อู๋ต้องทำบุญสร้างพระมหาเจดีย์ให้มากๆ นะครับ เพราะเป็นบุญใหญ่จริง ที่วัดนี้เป็นของจริงครับพี่"
......โธ่ ผมรู้มาตั้งนานแล้วคร้าบบบ/
สร้างพระมหาเจดีย์และวิหารพระปฐม
บริจาคได้โดยตรงที่ ประชาสัมพันธ์วัดหลวงพ่อสดธรรมกายาราม อ.ดำเนินสะดวก จ.ราชบุรี 70130 หรือบริจาคโดยการโอนเงินผ่านธนาคาร
บมจ. ธนาคารกรุงเทพ สาขาดำเนินสะดวก บัญชีสะสมทรัพย์ เลขที่ 422–0–25469–4
ชื่อบัญชี “วัดหลวงพ่อสดฯ เพื่อการก่อสร้างพระมหาเจดีย์สมเด็จฯ”
บมจ. ธนาคารไทยพาณิชย์ สาขาดำเนินสะดวก บัญชีออมทรัพย์ เลขที่ 540–2–18485–8
ชื่อบัญชี “วัดหลวงพ่อสดธรรมกายาราม เพื่อสร้างพระมหาเจดีย์สมเด็จฯ”
ธนาคารกรุงไทย สาขาดำเนินสะดวก บัญชีออมทรัพย์ เลขที่ 707–0–12333–7
ชื่อบัญชี “วัดหลวงพ่อสดธรรมกายาราม เพื่อการก่อสร้างพระมหาเจดีย์สมเด็จฯ”
ธนาคารกสิกรไทย สาขาดำเนินสะดวก บัญชีออมทรัพย์ เลขที่ 534-2-02908-8
ชื่อบัญชี “วัดหลวงพ่อสดธรรมกายาราม เพื่อการก่อสร้างพระมหาเจดีย์สมเด็จฯ”

วันอังคารที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559

พระโลหิตธาตุ



พระโลหิตธาตุ โดย ทวีวัฒน์ เติมฤทธิ์ (อู๋) 22 พ.ย. 2559
เมื่อประมาณ 10 กว่าปีที่แล้วยังไม่เคยมีใครพูดถึงพระโลหิตธาตุกันมาก่อนเลย ผมไปกราบพระธาตุมาหลายแห่งหลายที่ก็ยังไม่เคยเห็นมีใครมีพระโลหิตธาตุ อาจพูดได้ว่าไม่มีใครคิดว่าจะมีพระโลหิตธาตุของพระพุทธเจ้าอยู่ในโลกนี้ก็ว่าได้
แต่แล้วคืนหนึ่งผมได้มีนิมิตฝันที่แปลกประหลาดมาก เพราะในฝันนั้นผม (อู๋) ได้ไปยืนอยู่ตรงที่ไหนไม่ทราบ บริเวณรอบตัวกว้างไกลสุดลูกหูลูกตา เป็นที่โล่งๆ ที่ๆ ผมยืนอยู่คล้ายๆ กับพื้นดินแต่มองไม่ชัดเนื่องจากบรรยากาศโดยรอบนั้นมันขมุกขมัว มันเหมือนผมไปยืนอยู่ในอีกมิติหนึ่งที่ไม่ใช่ในโลกของเรานี้ เพราะบรรยากาศแบบนี้มันไม่มีในโลก
แล้วอยู่ๆ ก็ปรากฏเหมือนมีฝนตกลงมาจากฟ้า มองเห็นเป็นลูกๆ พุ่งตกลงมาเสียงดังตุ๊บ ตุ๊บ ตุ๊บ ที่พื้นดินอย่างรวดเร็ว จะว่าเป็นเม็ดฝนก็ไม่น่าจะใช่เพราะมันหล่นลงมาเป็นลูกๆ ผมสงสัยว่าอะไรหล่นลงมาจึงเดินและก้มลงเข้าไปดูใกล้ๆ ลูกที่หล่นลงมาดูเหมือนเป็นก้อนเนื้อสีแดงฉ่ำ เมื่อเอามือไปแตะดูก็รู้สึกนิ่มๆ ลักษณะก้อนนี้เป็น 4 เหลี่ยมคล้ายๆ ลูกเต๋ากว้างประมาณ 1 คืบ ในใจผมคิดว่า "เอ๊ะ...นี่มันลูกอะไรกัน เกิดมาไม่เคยพบเคยเห็น จะว่าเป็นก้อนเนื้อก็น่าจะใช่ แถมมีน้ำเหมือนเลือดอยู่ที่ผิวก้อนนี้อยู่ด้วย" ในฝันนั้นผมไม่ได้รู้สึกกลัวอะไร เป็นแต่แปลกใจว่าทำไมก้อนเนื้อเหล่านี้จึงตกลงมาจากฟ้า หล่นลงมากระจายเต็มพื้นที่ผมยืนอยู่ไปหมดสุดลูกหูลูกตา แล้วผมก็สะดุ้งตื่นขึ้นมาเป็นช่วงเช้าตรู่ของวันอาทิตย์
วันนั้นผมก็เดินทางไปทำบุญที่วัดหลวงพ่อสดเป็นปกติ ทุกเช้าวันอาทิตย์ผมจะต้องเข้าไปกราบหาหลวงป๋าท่านก่อนทุกครั้งที่เดินทางไปถึงวัด วันนั้นหลวงป๋าท่านได้นำของอย่างหนึ่งมาให้ผมดู ท่านบอกว่า "นี่คือพระโลหิตธาตุของพระพุทธเจ้า ท่านเสด็จมาเองนะ เป็นของแท้แน่นอน" ท่านพูดเสร็จก็เอามือเปิดผอบพระธาตุให้ผมดู ผมมองดูพระโลหิตธาตุองค์เล็กๆ สีทับทิมอ่อนด้วยความตื่นตาตื่นใจเพราะไม่เคยเห็นมาก่อน แล้วผมก็นึกถึงนิมิตความฝันเมื่อเช้านี้เองจึงบอกหลวงป๋าไปว่า "หลวงป๋าครับ นี่เป็นพระโลหิตธาตุของแท้แน่นอน เพราะผมก็เพิ่งมีนิมิตฝันถึงเมื่อเช้าวันนี้เอง ผมเห็นพระโลหิตธาตุสีแบบนี้แหละตกลงมาจากฟ้าเต็มพื้นไปหมด เป็นนิมิตที่ชัดเจนเหมือนตาเห็นเลยครับ"
หลวงป๋าท่านเห็นว่าผมมีนิมิตมาแบบนี้ ท่านเลยแบ่งพระโลหิตธาตุมาให้ผม 8 องค์เพื่อเอาไว้บูชา ผมรับพระโลหิตธาตุมาด้วยความดีใจและตื้นตันใจเพราะไม่เคยคิดว่าชีวิตนี้จะได้พระบรมสารีริกธาตุของแท้ที่หาได้ยากอย่างนี้มาก่อน เมื่อกลับมาถึงบ้านเปิดออกดู อ้าวพระโลหิตธาตุท่านเสด็จมาเพิ่มกลายเป็น 9 องค์อย่างอัศจรรย์ไม่น่าเชื่อ.....
ต่อมาผมได้แบ่งพระโลหิตธาตุ 3 องค์ถวายแก่หลวงปู่ศรี มหาวีโร ผู้สร้างพระธาตุเจดีย์ผาน้ำย้อยจ.ร้อยเอ็ดซึ่งนับว่าเป็นเจดีย์ที่สวยที่สุดในประเทศไทย เพื่อขอให้หลวงปู่นำไปบรรจุในพระมหาเจดีย์ของท่านเอาบุญกุศลติดตัว เท่ากับผมน่าจะเหลือพระโลหิตธาตุอีกเพียง 6 องค์ แต่มาวันนี้ผมได้ไปเปิดดูปรากฏว่ากลับมีพระโลหิตธาตุเสด็จเพิ่มขึ้นมาเองอีก 1 องค์กลายเป็น 7 องค์ แถมพระโลหิตธาตุของเดิม 5 องค์นั้นก็ได้ขยายขนาดใหญ่ขึ้นอีก 2-3 เท่าจากของเดิม (เดิมมีสีและขนาดพอๆ กับองค์กลางในรูปเท่านั้น) สีของท่านก็เป็นสีแดงเข้มขึ้น จากเดิมสีแดงทับทิมอ่อนอมม่วงกลายเป็นสีแดงเข้ม....ท่านเติบโตขึ้นและเข้มข้นขึ้น สะท้อนการสร้างบารมีและเป็นกำลังใจให้ผมได้เป็นอย่างดี พระโลหิตธาตุทั้งหมดนี้ผมจะนำบรรจุลงในองค์พระปฐมบรมศาสดาที่กำลังจะแล้วเสร็จเพื่อสืบต่ออายุพระศาสนาต่อไป

มาทำบุญกับหลวงป๋าที่วัดหลวงพ่อสด เหมือนได้นั่งเครื่องบิน


มาทำบุญกับหลวงป๋าที่วัดหลวงพ่อสด เหมือนได้นั่งเครื่องบิน โดย ทวีวัฒน์ เติมฤทธิ์ (อู๋) 23 พ.ย. 2559
ผม (อู๋) เป็นคนหนึ่งที่มีความฝันที่แม่นยำซึ่งเป็นสมบัติติดตัวมาตั้งแต่เกิด อะไรจะเกิดกับตัวผมไม่ว่าจะเป็นเรื่องดีหรือเรื่องร้ายก็จะรู้ล่วงหน้าโดยผ่านการฝัน แล้วก็มักจะทราบล่วงหน้าเพียงวันเดียว คือฝันคืนนี้ก็คือเรื่องที่จะเกิดในวันรุ่งขึ้นเลย ถ้าเป็นความฝันที่ดีเมื่อตื่นขึ้นมาก็จะรู้สึกดีใจโล่งใจว่างานการที่หวังไว้จะสำเร็จ แต่ถ้าฝันไม่ดีก็แย่หน่อยแทบจะไม่อยากเดินทางออกจากบ้านในวันนั้นเลย บางครั้งการไม่รู้ล่วงหน้าก็ดีเหมือนกัน
ฝันเรื่องอะไรก็ไม่ดีเท่ากับฝันว่าเราเหาะได้ เหาะด้วยตัวของเราเอง เหาะขึ้นไปเหนือท้องฟ้ายิ่งเหาะไปได้สูงเท่าไหร่ก็ยิ่งดี นั่นหมายความว่าสิ่งที่คุณต้องการจะสำเร็จตามใจปรารถนา หรือมีความหมายอีกอย่างหนึ่งว่าคุณจะได้บรรลุธรรมอย่างใดอย่างหนึ่ง (การบรรลุธรรมมีหลายระดับ) ฝันดีที่รองลงมาก็คือการฝันว่าเราขับรถไปไหนต่อไหนด้วยรถยนต์ โดยสารรถเมล์ รถไฟ รถทัวร์ ขี่ม้า ขี่ช้าง ฯลฯ ก็ดีทั้งนั้น แต่ฝันว่าได้เดินทางโดยเครื่องบินนี่ดีที่สุดครับ ตำราทำนายฝันในสมัยโบราณเขาไม่ได้พูดถึงเครื่องบินไว้เพราะสมัยนั้นคงไม่มีเครื่องบินให้ใช้ แล้วก็คงจะมีน้อยคนนักที่จะฝันได้แบบนี้
คืนหนึ่งนานนับ 10 ปีมาแล้ว ผมได้ฝันว่าได้โดยสารไปในเครื่องบินไอพ่นลำหนึ่ง เครื่องบินนั้นลำใหญ่มาก เครื่องบินลำนี้ได้ทะยานบินขึ้นไปสู่ท้องฟ้ามองเห็นบรรยากาศภายนอกท้องฟ้าโปร่งสว่างไสว มีเมฆด้านนอกเพียงเล็กน้อย ภายในเครื่องบินมีผู้โดยสารนั่งอยู่เต็มลำ ต่างก็นั่งโดยสารกันไปอย่างมีความสุขหน้าตายิ้มแย้ม เป็นส่วนของชั้นโดยสาร VIP นั่งเก้าอี้กันอย่างสบายไม่อึดอัด ผมหันไปมองรอบๆ ตัวแต่ละท่านที่นั่งอยู่รอบๆ ผมนั้นต่างก็เป็นคนที่ผมรู้จักทั้งนั้น ทุกคนที่ผมเห็นก็คือคนที่มาทำบุญกันบ่อยๆ ที่วัดหลวงพ่อสด จ.ราชบุรีทั้งนั้นเลย คุณป้า คุณพี่ คุณน้อง มองไปผมก็รู้จักทั้งนั้น บางคนก็สนิทบางคนก็เพียงแต่เห็นหน้ากันบ่อยๆ ที่วัด
ที่ด้านหน้าของเครื่องบินผมเห็นหลวงป๋าท่านนั่งอยู่แล้วท่านก็หันหน้ามายิ้มให้ผมและคนอื่นๆ อ้าว...หลวงป๋าท่านเป็นหัวหน้าทัวร์บนเครื่องบินลำนี้นี่เอง เป็นหลวงป๋าเองที่พาพวกเราทุกคนโดยสารเครื่องบินไอพ่นลำนี้ทะยานขึ้นไปสู่ท้องฟ้า ใครได้ไปกับท่านก็ไปอย่างสุขสบายสมศักดิ์ศรีเฟิร์สคลาส แล้วผมก็สะดุ้งตื่นขึ้นมาในตอนเช้าตรู่ โอ้วช่างเป็นฝันที่ดีอะไรอย่างนี้ เทวดาท่านคงมานิมิตบอกผมว่าหากใครได้มาทำบุญกับหลวงป๋าแล้วจะได้อานิสงส์มหาศาลเป็นแน่ ซึ่งผมก็ไม่มีความสงสัยในผลบุญที่ได้ร่วมทำบุญกับหลวงป๋าเลย เพราะผมทราบมานานแล้วว่าท่านเป็นพระโพธิสัตว์พระองค์หนึ่ง การที่เราได้ทำบุญกับเนื้อนาบุญเช่นหลวงป๋าย่อมได้อานิสงส์มากมายมหาศาล เพราะท่านเป็นเสมือนที่นาที่มีดินอันอุดมสมบูรณ์ น้ำท่าบริบูรณ์ ต้นไม้พันธุ์ดี ปลูกอะไรลงไปก็เติบโตสมบูรณ์ให้ดอกให้ผลเต็มที่ ผมไม่ได้พูดเอาเองแต่ผมได้ฝันแบบนี้จริงๆ ครับ

วันพุธที่ 2 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559

ความเกี่ยวเนื่องกับหลวงปู่ศุข


§ ความเกี่ยวเนื่องกับหลวงปู่ศุข § โดย ฅนขลัง คลังวิชา
..บรมครูหลวงปู่เดินหน อิเกสาโร..
❀❀❀❀❀❀❀❀
ตอนที่ ๓
............
¤ กราบลาพระอาจารย์ ¤
หลวงปู่ศุขศึกษาอยู่กับอาจารย์นานพอควร วันหนึ่งหลวงปู่อิเกสาโรบอกกับท่านว่า อันสรรพวิชาที่ได้เรียนรู้ไปก็พอควรแล้ว ท่านจึงมอบตำราให้หลวงปู่ศุขไว้เพื่อนำไปศึกษาต่อ แล้วสั่งให้หลวงปู่ศุขกลับคืนสู่สังคมสามัญอีกครั้ง ด้วยว่าวาสนาบารมีในการได้พบกันมีเพียงเท่านี้ ทราบว่าศิษย์ร่วมอาจารย์เดียวกันมี หลวงพ่อเงิน พุทฺธโชติ วัดหิรัญญาราม (วัดบางคลาน) ท่านนี้เป็นศิษย์พี่ ส่วนศิษย์น้อง คือ หลวงพ่อเดิม พุทธสโร วัดหนองโพธิ์ สามรูปนี้ล้วนเป็นศิษย์ หลวงปู่อิเกสาโร เห็นได้ว่าหลวงปู่ศุขเคยแนะนำให้เสด็จในกรมหลวงชุมพรฯ ไปขอต่อวิชาจากหลวงพ่อเงิน และยังบอกว่าหลวงพ่อเดิม วัดหนองโพธิ์เป็นศิษย์ร่วมอาจารย์กับท่าน ภายหลังเสด็จในกรมฯ ยังเคยเดินทางไปกราบหลวงพ่อเดิม และได้ต่อวิชากับหลวงพ่อเดิมมาวิชาเดียว คือ วิชากำบังพล ซึ่งโอกาสหน้าจะนำเรื่องของคาถากำบังพลนี้มาลงให้ทราบกัน
............
❀❀❀❀❀❀❀❀
............
¤ เรื่องเล่าของตำราน่าอัศจรรย์ ¤
เกี่ยวกับตำราของหลวงปู่ศุขที่ได้รับมอบจากอาจารย์นี้ มีเรื่องเล่าน่าอัศจรรย์จากคำบอกเล่าของ พระใบฏีกาบุญยัง วัดหนองน้อย ศิษย์มือซ้ายของหลวงปู่ศุข ได้เล่าเกี่ยวกับตำราและแรงครูในสายวิชาวัดมะขามเฒ่า ให้หลวงพ่อมหาโพธิ์ วัดคลองมอญ ได้จดจำไว้จากคำบอกเล่าว่า หลวงปู่ศุขมีตำราเล่มครูอยู่เล่มหนึ่ง ตำรานี้ท่านเล่าว่าได้จากพระอาจารย์ของท่าน น่าแปลกที่ตำรานี้เมื่อเปิดดูเห็นมีหน้ากระดาษเปล่าอยู่มาก ตำรานี้หลวงปู่ศุขศึกษามาเรื่อยยังเรียนรู้ไม่จบตำรา เมื่อใดท่านเรียนวิชาในหน้ากระดาษจบในแต่ละบทแล้ว เมื่อถึงหน้ากระดาษเปล่าที่ไม่มีตัวอักษรเมื่อใด เมื่อนั้นท่านจะเข้าไปในโบสถ์เพื่อทำการเชิญครู ซึ่งครูเจ้าของตำราเล่มนี้เป็นพระผู้ทรงฤทธิ์มาก โดยหลวงปู่ศุขจะนำตำรามากางหน้ากระดาษเปล่าไว้ แล้วจัดอาสนะเปล่า (ที่นั่ง) ไว้ ส่วนตัวท่านจะนั่งสมาธิเชิญครูมา
--
ครู่หนึ่งจะเห็นมีสายรุ้งทะลุผ่านประตูโบสถ์เข้ามายังอาสนะเปล่า อึดใจต่อมาเห็นมีพระผู้เฒ่าเดินมาตามสายรุ้งมา แล้วนั่งลงที่อาสนะที่จัดรออยู่ เมื่อนั่งลงแล้วท่านจะใช้ฝ่ามือตบลงที่หน้ากระดาษเปล่าสามที ก็ปรากฏคาถาอาคมทั้งอักขระเลขยันต์เกิดขึ้นเต็มหน้ากระดาษ แล้วพระผู้เฒ่าก็หันกลับเดินไปตามสายรุ้ง หายวับออกจากโบสถ์ไป เรื่องนี้พระใบฏีกาบุญยังท่านยืนยันว่าเป็นเรื่องจริงที่ แต่ไม่มีผู้ใดยืนยันได้ว่าตำรานี้ หรือพระผู้เฒ่าผู้มากับสายรุ้งนี้เป็นหลวงปู่อิเกสาโรหรือไม่ ? เพราะหลวงปู่ศุขท่านไม่ได้บอกแก่ใคร ว่าตำราดังกล่าวท่านได้มาจากไหน ? ข้าพเจ้าเห็นเป็นเรื่องแปลกจึงรวบรวมมาเสนอ เพียงให้ศึกษาเท่านั้น ส่วนตำราจะเป็นของใครหรืออาจารย์ผู้เฒ่านั้นเป็นใครไม่อาจตอบได้
............
❀❀❀❀❀❀❀❀
............
¤ ที่มาของนามว่าเดินหน ¤
ก่อนอื่นขอเล่าเรื่องที่มาของนามว่า #หลวงปู่เดินหน ให้ทราบก่อนว่า ความจริงแล้วแต่เดิมเริ่มต้น ตั้งแต่ครั้งหลวงปู่เริ่มมาโปรดศิษย์ครั้งแรกเมื่อราวปี พ.ศ. ๒๔๙๓- ๒๔๙๔ เมื่อแรกท่านบอกนามเพียงว่า #อิเกสาโร ซึ่งศิษย์ในยุคแรกจะเรียกท่านว่าหลวงปู่หรือพ่อปู่อิเกสาโร ต่อมาในราวปี พ.ศ. ๒๕๐๐ เศษ ได้มีศิษย์ฅนหนึ่งชื่อนายตง เป็นฅนแล่เนื้อหมูขาย นายตงได้ติดตามอาจารย์สุวัฒน์มาที่วัดทุ่งสมอ เพราะต้องการพิสูจน์พูดง่าย ๆ ก็อยากมาลองของ เพื่อรู้ว่าหลวงปู่อิเกสาโรมีจริงไหม หรือเป็นเพียงการสร้างเรื่องหลอกลวงกัน นายตงมาถึงก็พูดจาลองดีอยากเห็นหลวงปู่มาแบบกายเนื้อ โดยไม่ต้องเข้าประทับทรงผ่านร่าง โดยท้าทายว่าหากหลวงปู่มาแบบกายเนื้อได้ ตนเองจะยอมทำทุกอย่างตามหลวงปู่ต้องการ แม้นขอชีวิตตนเองต้องตายก็ยอม ขอเพียงมาให้เห็นจริงด้วยตาเท่านั้นใช่หลับฝัน
--
¤ ปรากฏกายเนื้อให้ประจักษ์ ¤
คืนนั้นนายตงกับเพื่อนอีกราว ๒-๓ ฅน นอนพักอยู่ที่กุฏิไม้ด้านหลังกุฏิ พระอาจารย์เบี่ยง อุทโย อดีตเจ้าอาวาสวัดทุ่งสมอ คืนนั้นนายตงนอนคุยกับเพื่อนจนดึก ปากแกก็ยังพูดท้ายทายว่าอยากเห็นจริง ๆ ว่าหลวงปู่หน้าตาเป็นอย่างไร หากมาจริง ๆ แกจะยอมนับถือไปจนวันตาย ขอมอบกายถวายชีวิตให้เลย หากมาได้จริง เวลาล่วงเลยมาจนดึก นายตงเล่าว่าแกเอนหลังลงนอน หูได้ยินเสียงนาฬิกาแขวนตีบอกเวลาห้าทุ่มได้ไม่นาน ช่วงกำลังเคลิ้ม ๆ ใกล้หลับ ในห้องนอนก็ไม่ได้มืดอะไร เพราะเปิดไฟหน้าห้องไว้สว่าง แสงด้านนอกส่องเข้ามาเห็นชัดไม่มืดมัว ช่วงกำลังเคลิ้มอยู่นั้นหูได้ยินเสียงประตูดัง แกร๊ก !! หางตาเห็นพระเดินเข้ามายังคิดว่าตัวฝัน
--
ความฝันต้องมาสลายพลันตื่น เมื่อพระที่เห็นท่านเดินเข้ามาใกล้แล้ว บรรจง ถีบ!! นายตง เข้าที่สีข้าง ร่างนายตงตกลงมาจากตั่งไม้ที่นอน เสียงดังโครม !! เพื่อนที่นอนอยู่ด้วย ๒-๓ ลุกพรวดตื่นหมดทุกฅน มีนายตงที่ตื่นแล้วตาสว่างที่สุด เพาะแกได้ยาดีจากหลวงปู่ ยานี้เป็นได้ทั้งยาไทยาเทศ เป็นยาที่โบราณใช้กระตุ้นประสาทก็ได้ ระงับประสาทก็ดี เรียกว่า #ปลาห้าหัว นายตงโดนยาดีเข้าไปตื่นตาสว่างทันที เมื่อนายตงตกลงไปที่พื้นห้องพระท่านก็เดินมานั่งลงบนตั่งไม้แทนที่นายตง พระท่านพูดกับนายตงเสียงฟังชัดเจนว่า ท่านคือ #หลวงปู่อิเกสาโร ท่านมีรูปร่างสูงใหญ่มาก ท่านนั่งเหยียดขายื่นมาทางนายตงแล้วพูดว่า
--
หลวงปู่ :
** เจ้าตงมานวดปู่ทีว่ะ ไหนเอ็งอยากเจอปู่ ๆ ก็มาให้เจอแล้วไง เอาสิเอ็งนวดปู่ดูทีว่า เนื้อปู่กับเนื้อมึงเหมือนกันไหม ? จะได้รู้ว่าปู่หลอกเอ็งหรือไม่ เอาสิเอ็งนวดตามใจเลยเอาให้มั่นใจ**
--
นายตงเล่าว่าตัวเองก็นวดหลวงปู่ตามทานสั่ง นวดไปก็เอามือหยิกตัวเองบ้าง หันมาบอกให้เพื่อนหยิกตัวบ้าง เพื่อนก็ช่วยกันนวดหลวงปู่ทุกฅน นวดไปก็จับเนื้อตัวเองดู ทำสลับกันไปหันไปมองหน้ากันไปมา จนรู้สึกมั่นใจเหลือเกินแล้วว่า #ทั้งหมดไม่ได้ฝันไป เพราะหากฝันคงเป็นฝันที่แปลกประหลาดที่มีเพื่อนร่วมฝัน และเป็นฝันที่ทั้งหมดไม่ยอมตื่นไปพร้อม ๆ กัน นายตงกับเพื่อนนวดหลวงปู่อยู่ราว ๑๐ นาที ท่านก็หันมาบอกว่า
--
#ปู่จะไปละนะ #ไอ้ตงไอ้ตัวดีเอ็งอย่าลืมคำพูดนะ #จากนี้เอ็งต้องบวชให้ปู่เอาแค่บวชเท่านี้พอเอ็งอย่าลืม
--
พูดจบหลวงปู่ก็ลุกขึ้นเดินทะลุข้างฝากุฏิไม้หายวับไป ทีนี้นายตงกับพวกต่างลุกขึ้นพร้อมกันแบบไม่ได้นัดหมาย ต่างพร้อมใจกัน วิ่ง !!! หน้าตื่นไปหาอาจารย์สุวัฒน์ ที่เวลานั้นท่านพักอยู่กุฏิเดียวกับหลวงพ่อเบี่ยง นายตงทุบประตูส่งเสียงเอะอะปากแกก็พูดภาษาไทสำเนียงจีน แบบไม่ชัดคำแบบฅนจีนว่า
--
นายตง :
** อาจัง อาจัง ผะ ๆ ผะ ๆ ผง เจอผีหลวงปู่หลอก เมื่อกี้ลี้ ท่านมาหาผง ท่านถีบผงจนตกเตียง ตกลง ผงต้องบวชให้อาหลวงปู่ท่าน คัก พรุ่งนี้เลย อาจัง อาจังบวชให้ผมเลยนะ ไม่อย่างงั้นเดี๋ยวผีหลวงปู่มาหักคอผม **
--
หลวงพ่อเบี่ยงและอาจารย์สุวัฒน์เมื่อได้ฟังคำนายตงก็อดขำไม่ได้ จึงบอกไปว่า
**บวชพรุ่งนี้ไม่ทันหรอก ต้องเตรียมของและหัดสวดขานนาคก่อน สัก ๗ วันข้างหน้าค่อยบวช พรุ่งนี้นายตงไปบอกทางบ้านก่อนว่าจะบวช**
จากวันนั้นนายตงก็เล่าเรื่องหลวงปู่ท่านเดินทะลุข้างฝากุฏิให้ชาวบ้านฟัง ฅนเก่า ๆ เข้าก็ว่าแบบนี้โบราณเขาเรียก #เดินหน คือ เดินแล้วหายวับไปแบบผู้วิเศษ นายตงแกจำคำนี้ได้แม่น วันหนึ่งเมื่อหลวงปู่มาผ่านร่างอาจารย์สุวัฒน์ นายตงได้เข้ารายงายตัวว่ากำลังจะบวชถวายท่าน และได้ถือโอกาสนี้ถามท่านถึงคำว่า #เดินหน หลวงปู่ท่านจึงบอกย้อนกลับมาว่า ชาวป่าและชาวกะเหรี่ยงเขาก็มักเรียกท่านว่า #เดินหน เวลาเขาทำบุญหรือนึกถึงท่าน เขาไม่รู้นามท่าน พวกเขาก็ใช้นึกเรียกว่าท่านเดินหน, หลวงพ่อเดินหน, หลวงปู่เดินหน
--
แต่นั้นมาพวกศิษย์จึงขออนุญาตเรียก และเรียกนามท่านติดปากกันมาว่า #หลวงปู่เดินหน เมื่อนำมารวมกับนามเดิมของท่าน จึงเรียกชื่อเต็ม โดยนำคำมารวมกันเรียกนามท่านว่า #หลวงปู่เดินหน #อิเกสาโร นับแต่นั้นเป็นต้นมาตราบจนปัจจุบัน นอกจากนายตงผู้นี้แล้วไม่ปรากฏว่าหลวงปู่ไปแสดงฤทธิ์ โดยปรากฏกายเนื้อให้ศิษย์ฅนไหนพบเจอเช่นนายตงอีกเลย ถือว่านายตงผู้นี้มีโชควาสนามากที่ได้เห็น แต่นั้นมาหลังจากบวชถวายหลวงปู่แล้ว
--
ตลอดชีวิตของนายตงแกนับถือหลวงปู่เป็นอาจารย์ใหญ่มาตลอด ทุกปีในงานบุญใหญ่ประจำปี นายตงจะทำหน้าที่พ่อครัวหุงข้าวถวายพระและเลี้ยงฅนทุกปี ปัจจุบันนายตงถึงแก่กรรมไปแล้วนานปีด้วยโรคหัวใจ ทิ้งไว้แต่เรื่องราวอันนาอัศจรรย์ที่แกได้พบเห็นมาด้วยตาตนเอง ไม่ว่าวันเวลาผ่านไปกี่ปี นายตงคงยืนยันเช่นเดิมว่า #แกโดนหลวงปู่หนักมาในคืนนั้น และยืนยันว่าหลวงปู่ท่านมีตัวตนจริงแท้
............
❀❀❀❀❀❀❀❀
............
¤ สอบถามหลวงปู่ ¤
ในอดีตเคยมีศิษย์สอบถาม หลวงปู่เดินหน อิเกสาโร ถึงเรื่องหลวงปู่ศุข ผู้ถามเรื่องนี้มีหลายครั้งต่างวาระกัน เท่าที่จำได้เห็นมี คุณสมชาย กับ คุณอรุณ ลำเพ็ญ (ปรมาจารย์โหราศาสตร์ไท) ได้เคยถามหลวงปู่เดินหน อิเกสาโร ว่าท่านมีความเกี่ยวเนื่องเป็นอาจารย์ของหลวงปู่ศุข วัดปากคลองมะขามเฒ่า หรือไม่? เพราะโดยฤทธิ์ที่หลวงปู่แสดงหลาย ทั้งนามท่านก็มีความเหมือนกับอาจารย์หลวงปู่ศุข เมื่อศิษย์ถามเรื่องนี้ทุกครั้งหลวงปู่ท่านจะเงียบไม่ตอบ คือ ปกติวิสัยของพระโบราณเป็นที่ทราบกันว่า หากสิ่งใดใช่แต่หากว่าตอบไปจะเป็นการอวดตน หรือแสดงตนไปในทางที่ให้เขาคิดต่อยอดไปได้ท่านจะเงียบ
--
ส่วนอะไรที่ถามหากไม่ใช่ท่านจะปฏิเสธทันที เพื่อกันความเข้าใจผิด แต่คำถามใด้ท่านเงียบ คือ ไม่ตอบตกลงไม่รับแต่ไม่ปฏิเสธ แบบนี้เขาเรียกว่า #ดุษณีภาพ คือ อาการนั่งนิ่งแสดงถึงการยอมรับ อันเป็นการตอบรับแบบพระโบราณมาแต่สมัยพุทธกาล ทุกครั้งที่ถามเรื่องนี้หลวงปู่ท่านจะเป็นเช่นนี้ทุกครั้ง แล้วท่านจะคุยเลี่ยงไปเรื่องอื่นเลย ทำให้พวกศิษย์คิดไปต่าง ๆ พวกที่มั่นใจแล้วก็ฟันธงเลยว่าใช่ บางพวกก็ว่าท่านไม่ได้รับเพราะท่านคงมีเหตุผล แต่ทั้งหมดสำหรับข้าพเจ้ามั่นใจมาตลอดว่าใช่ เวลาผ่านไปท่านอาจารย์สุวัฒน์ถึงแก่กรรมไปแล้วนานปี เรื่องนี้แม้นเชื่อว่าจริงแต่ก็ยังคาใจข้าพเจ้าอยู่
............
❀❀❀❀❀❀❀❀
............
¤ ได้รับการยืนยัน ¤
ต่อมาราวปี พ.ศ. ๒๕๔๐กว่า ข้าพเจ้าได้พบคุณประยูร วงศ์ผดุง ในวันสงกรานต์ที่บ้านพักท่านย่านลาดพร้าว หลายท่านอาจสงสัยว่าท่านนี้เป็นใคร ขอตอบว่าท่านผู้นี้ คือ หนึ่งในผู้สร้างตำนานพระพรหมเอราวัน เพราะท่านผู้นี้เป็นร่างทรงพระพรหมเอราวันมาตั้งแต่สมัยหลวงพ่อบ๋าวเอิง วัดญวนสะพานขาว และเป็นศิษย์หลวงปู่ด้วยเช่นกัน ในวันหน้าจะมาเล่าเรื่องราวของท่านผู้นี้ให้ฟังอีกครั้ง ซึ่งในวันสงกรานต์ปีนั้นข้าพเจ้าได้รับคำตอบจากท่านพระพรหมว่า หลวงปู่เดินหน อิเกสาโร ท่าน คือ พระอาจารย์ของหลวงปู่ศุขอย่างแท้จริงตามที่ทราบมานั่นเอง
--
ตกลงว่าสิ่งที่ข้าพเจ้าคิดเป็นความจริง หากคิดว่าคำพูดของท่านผู้นี้เพียงฅนเดียวทำไมข้าพเจ้าจึงเชื่อ เอาป็นว่าที่เชื่อเพราะข้าพเจ้าเคยเห็นว่า เมื่อพระพรหมมาผ่านร่างคุณประยูร ท่านสามารถใช้ไฟฉายชนิดที่เราใส่ถ่านเป็นก้อนนี้ ท่านใช้ไฟฉายจุดเทียนไขให้พวกข้าพเจ้าดูมาแล้วกับตา ที่สำคัญคำถามที่เพียงคิดจะถามแต่ในใจ พระพรหมท่านทราบและพูดคำตอบขึ้นมาก่อน โดยไม่ต้องเอ่ยปากถามเลย เหตุนี้ข้าพเจ้าจึงเชื่อทุกสิ่งที่ท่านพูดมาดังนี้

โลกนี้จะมีซักกี่คนที่หลวงปู่เทพโลกอุดรท่านประทานอาหารมาให้


โลกนี้จะมีซักกี่คนที่หลวงปู่เทพโลกอุดรท่านประทานอาหารมาให้ เล่าโดย ทวีวัฒน์ เติมฤทธิ์ (อู๋) 1 พ.ย.59
เมื่อราวๆ 20 ปีที่ผ่านมา คืนหนึ่งผม (อู๋) มีนิมิตที่แปลกประหลาดและมหัศจรรย์มาก ในนิมิตนั้นผมไม่รู้ว่าไปยืนอยู่ในสถานที่แห่งใดแต่คงไม่ใช่ดินแดนของมนุษย์แน่ เพราะในที่แห่งนั้นมันเป็นที่โล่งเตียนไปจนสุดลูกหูลูกตา เป็นดินแดนที่ไม่สว่างแต่ก็ไม่มืด บนท้องฟ้าเห็นเป็นกลุ่มเมฆลอยอยู่เป็นหย่อมๆ ทันใดนั้นก็มีเสียงพูดขึ้นมาว่า "เราคือหลวงปู่เทพโลกอุดร เราจะเอาอาหารมาให้เจ้า เลือกเอาว่าอยากจะกินอะไร"
เสียงที่พูดออกมานั้นทรงอำนาจมาก เป็นเสียงที่ไม่รู้ว่าดังมาจากตรงไหนของท้องฟ้ากว้าง แต่เสียงนั้นทำให้ผมรู้สึกว่าทุกอย่างที่อยู่รอบตัวมันสั่นสะเทือนไปหมด นี่เองที่คนโบาราณเขาบอกว่า "เสียงกัมปนาท" คือมันดังก้องไปทั่วแล้วเสียงนั้นก็ทำให้เกิดการสั่นสะเทือน ไม่มีใครที่จะไม่รู้สึกสะดุ้งสะเทือนเมื่อได้ยินเสียงนี้
ทันใดนั้นบนท้องฟ้าด้านหนึ่งก็ปรากฏว่ามีถาดกลมๆ ใส่อาหารลอยมาช้าๆ ถาดอาหารเหล่านี้มันลอยเรียงแถวกันมาอย่างกับขบวนรถไฟ เว้นระยะห่างเท่าๆ กันพอสวยงาม บนถาดกลมนั้นก็จะมีอาหารของแต่ละชาติแต่ละท้องถิ่น ทั้งอาหารไทย อาหารจีน อาหารใต้ อาหารอีสาน ฯลฯ ตามจริงแล้วการที่เรายืนอยู่บนพื้นเมื่อมองขึ้นไปบนฟ้าก็ไม่น่าจะเห็นว่าเป็นอาหารอะไร น่าจะเห็นแต่ก้นถาดกลมๆ แต่ในนิมิตนั้นมันกลับมองเห็นว่าในถาดนั้นมีอาหารอะไรบ้างได้อย่างชัดเจน
ผมไปสะดุดตาเข้ากับอาหารถาดหนึ่ง ในถาดนั้นเป็นอาหารแบบของชาวเหนือคือมีน้ำจิ้มและผักต่างๆ ทั้งผักต้ม ผักสด น้ำพริกอ่อง น้ำพริกหนุ่ม ข้าวเหนียว ฯลฯ เป็นถาดอาหารแบบขันโตก เมื่อจิตเรานึกชอบอาหารนั้น ก็ปรากฏว่าถาดใบนั้นก็ลอยแยกตัวออกมาจากแถว ค่อยๆ ลอยลงมาหาผม ผมก็ยื่นมือออกไปรับถาดอาหารนั้นเพื่อนำมาทาน แล้วผมก็สะดุ้งตื่นขึ้นมาในราวๆ ตีห้าของวันใหม่ ฝันนี้ผมจำได้แม่นยำเพราะเป็นฝันในตอนรุ่งอรุณคือฝันเสร็จก็ตื่นขึ้นมาเลย และผมก็ยังคงจำความฝันนี้ได้อย่างชัดเจนไม่เคยลืมเลยแม้เวลาจะผ่านมานานแล้วก็ตาม เป็นฝันที่ผมจะจดจำไปจนวันตาย
นับเป็นครั้งแรกที่หลวงปู่ท่านพูดออกมาเองว่า "เราคือหลวงปู่เทพโลกอุดร" ทำให้ผมไม่ต้องเดาอีกต่อไปว่าหลวงปู่องค์ไหนคือผู้ที่เฝ้าดูแลรักษาผม ท่านเมตตาส่งทั้งอาหารคาวหวาน ข้าวเหนียวดำไพรดำ พระอรหันต์จกบาตร และญานทัศนะมาให้ลูกศิษย์คนนี้เพื่อเป็นกำลังให้ผมได้สร้างบุญบารมี ในชีวิตของผมก็ได้พึ่งพิงพระเพียง 3 รูปเท่านั้น คือหลวงพ่อสดวัดปากน้ำ (เกิดมาก็เจอท่านเลย) หลวงปู่เทพโลกอุดร (ท่านคุ้มครองผมมาตั้งแต่เป็นเด็ก) และหลวงป๋าวัดหลวงพ่อสดที่ใช้ญานตามหาผมจนมาได้เจอกันตั้งแต่ผมอายุได้เพียง 20 กว่าปีเท่านั้น

วันอาทิตย์ที่ 16 ตุลาคม พ.ศ. 2559

การบุญการกุศล ใช่ว่าสักแต่ทำ


อมตวัชรวจีหลวงป๋า
 ·
#การบุญการกุศลใช่ว่าสักแต่ทำ
#ควรอธิษฐานให้มุ่งตรงต่อมรรคผลนิพพาน
#เพราะสวรรค์ที่เป็นมิจฉาทิฏฐิก็มี
#และเทวดาที่เป็นมิจฉาทิฏฐิก็มี
การบุญการกุศล ใช่ว่าสักแต่ทำ มันเป็นบุญ แต่เป็นบุญผสมบาป และจะนำไปสู่แนวทางนั้นนี่แหละ เพราะฉะนั้น อาตมาจึงพาอธิษฐาน ขอให้บริสุทธิ์ สมบูรณ์ บริบูรณ์ ด้วยทานกุศล ศีลกุศล ภาวนากุศล มีความหมายอย่างนี้นะ ไม่ใช่สักแต่พูดๆ มีเหตุที่มา อาตมาเข้าใจเรื่องนี้มานาน เห็นเหตุด้วย จึงได้มีคำอธิษฐานเอาไว้ ด้วยความสุขุมรอบคอบพอสมควร แต่ถ้าใครเห็นว่าอะไรไม่ถูกต้อง ก็แนะนำอาตมาบ้าง
แต่ที่อาตมาพิจารณาแล้วดีที่สุด เป็นไปในแนวทางที่หลวงพ่อได้แนะนำไว้ คำพูดอาจจะไม่รวมกันเป็นอันเดียวกันทุกคำ แต่ว่าในเนื้อหาอันนี้นี่แหละก็เป็นอย่างนี้ เมื่อปฏิบัติไปแล้วมันเข้าอย่างนี้ ทีนี้จุดหนึ่งที่สำคัญที่สุด อาตมาจะยกให้ฟัง ๒ จุด
จุดหนึ่งที่อาตมามาพูด เดี๋ยวโยมจะนึกว่าสวรรค์สมบัติ จะเป็นมิจฉาทิฏฐิได้อย่างไร เทวดาที่เป็นมิจฉาทิฏฐิก็มีนะ ไม่ใช่ไม่มี เป็นยักษ์เป็นมารก็มี ยักษ์มีกุมภัณฑ์เป็นต้น บรรดาระดับชั้นจาตุมหาราชิกา ก็ใกล้ๆมนุษย์เรา เพียงแต่ว่ากายเขาใสกว่าเท่านั้น แม้กระทั่งที่สุดถึงชั้นที่ ๖ ปรนิมมิตวสวัตดี ชั้นนี้เป็นที่สูงสุดของเทวโลก เทพยดาชั้นนี้ต้องการอะไร ปรารถนาอะไร มีบริวารเนรมิตให้เสร็จ สบายถึงเพียงนั้น แต่ก็ยังเป็นมิจฉาทิฏฐิ
ท่านอ่านพุทธประวัติคงจำได้ ท้าววสวัตดีมารในสมัยพุทธกาล จอมเทพชั้นนี้ละนะ ท่านลองนึกดูว่า ท่านจะแค่ไหน แต่ว่าหลังจากพุทธกาลมาประมาณร้อยปี พระเจ้าอโศกธรรมาโศกราช หรือพระเจ้าธรรมาอโศกราชนี่แหละ ศรัทธาในพระพุทธศาสนา สร้างสถูปเป็นร้อยเป็นพันเป็นหมื่น สิ้นทรัพย์มากมาย แต่ว่าไม่สำเร็จ สถูปใหญ่ก็ไม่เสร็จ เพราะท้าววสวัตดีมารตามผจญอยู่พร้อมทั้งบริวาร
ที่นี้ พระอุปคุต ซึ่งมีจริงนะ จำพรรษาอยู่ใต้สะดือทะเล สะดือทะเลอย่าไปควานหา ในทะเลนี้นะหาไม่เจอหรอก อันนั้นเป็นมหาสมุทรซึ่งเป็นอายตนะละเอียดนั่นแหละ ได้มาทรมานท้าววสวัตดีมาร ทรมานกันจนแพ้ ว่าอย่างนั้นเถอะ เมื่อยอมแล้วจึงกลับเป็นสัมมาทิฏฐิ ปรารถนาพุทธภูมิ อธิษฐานบำเพ็ญบารมีเป็นพระปัจเจกพระพุทธเจ้า นี่แหละ ท้าววสวัตดีองค์ปัจจุบันแหละ
เพราะฉะนั้น สวรรค์สมบัติที่เป็นมิจฉาทิฏฐิก็มี ให้เข้าใจไว้ จากสูงสุด จนต่ำสุด มีทุกชั้น แต่ชั้นที่เป็นมิจฉาทิฏฐิน้อย มีสัมมาทิฏฐิมาก หรือจะว่าที่สุดก็คือ ชั้นดุสิตเทวโลก ซึ่งเป็นชั้นของผู้บำเพ็ญบารมี.
.........................
.........................
เทศนาธรรมจาก
พระเทพญาณมงคล
หลวงตาเสริมชัย ชยมงฺคโล
วัดหลวงพ่อสดธรรมกายาราม
อ.ดำเนินสะดวก
จ.ราชบุรี
..........................
ที่มา
ตอบปัญหาธรรมปฏิบัติ
..........................
เพจ อมตวัชรวจีหลวงป๋า

วันเสาร์ที่ 15 ตุลาคม พ.ศ. 2559

หลวงป๋าท่านเคยบอกไว้ว่าการอธิษฐานจิตเสกพระเครื่องต่างๆ ท่านอธิษฐานไว้รวม 10 ประการ คือ


เมื่อคืน (14 ต.ค.59) หลวงป๋าท่านได้พาพระที่ได้ธรรมกายมาร่วมกันเสกเหรียญพระปฐมบรมศาสดาอีกครั้ง
หลวงป๋าท่านเคยบอกไว้ว่าการอธิษฐานจิตเสกพระเครื่องต่างๆ

ท่านอธิษฐานไว้รวม 10 ประการ คือ

1. พลิกธาตุพลิกธรรม-กลับร้ายกลายเป็นดี ให้ผู้เป็นเจ้าของมีจิตน้อมเข้ากระแสธรรม
2. มหาอุด กันปืน
3. มหาคงกระพัน หนังเหนียวทนต่อคมมีดของมีคม
4. มหาแคล้วคลาด
5. รอดพ้นจากภัยทั้งหมด ภัยธรรมชาติ อุบัติภัย อุทกภัย อัคคีภัย ภัยสงคราม ภัยจากนิวเคลียร์
6. ป้องกันโรคภัย ภูติผีปีศาจ คุณไสย์ ยาสั่ง
7. มหาอำนาจ สิทธิ สิทธิเฉียบขาด
8. มหาเมตตา มหานิยม
9. มหาโชคลาภ โภคทรัพย์
10. สมใจปรารถนา อธิษฐานได้ตามที่ขอ